EOStalk ← กลับหน้าบทความ
การรักษาและทางเลือกใหม่

ข่าวดีของผู้ป่วยหอบหืดรุนแรง!

รู้จัก "ยาชีววัตถุ" (Biologics) การรักษาที่มุ่งเป้าตรงต้นเหตุ

หากคุณเป็นผู้ป่วยหอบหืดที่พ่นยาทุกวันแล้วอาการยังไม่ดี ต้องกิน Prednisolone บ่อย ๆ หรือเข้า ER/นอนโรงพยาบาลซ้ำ ๆ คุณไม่ได้เป็นคนเดียว ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ที่เรียกว่า "ยาชีววัตถุ" (Biologics) ซึ่งเปลี่ยนแนวทางการรักษาหอบหืดรุนแรงไปอย่างมาก

Biologics คืออะไร?

Biologics ถูกออกแบบให้เข้าไปยับยั้ง "ตัวการสำคัญ" ที่ก่อให้เกิดการอักเสบในหลอดลม หากเปรียบการอักเสบเป็นไฟ ยาพ่นสเตียรอยด์เปรียบเสมือนการฉีดน้ำเพื่อลดความรุนแรง ส่วน Biologics เปรียบเสมือนการ ปิดวาล์วเชื้อเพลิง ที่เป็นต้นเหตุของไฟตั้งแต่ต้นทาง จึงเป็นการรักษาแบบ Targeted Therapy

Biologics ทำงานอย่างไร?

ในผู้ป่วยหอบหืดรุนแรงจำนวนมาก การอักเสบถูกขับเคลื่อนโดยระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้ EOS สูงเกินกว่าปกติ (Type 2 inflammation) ผ่าน Eosinophils โดย Biologics จะยับยั้งโมเลกุลสำคัญในวงจรการอักเสบ เช่น IL-5, IL-5 Receptor, IL-4 / IL-13 และ TSLP ทำให้การอักเสบลดลง

ผู้ป่วยจะได้ประโยชน์อะไร?

  • ลดการกำเริบรุนแรงของโรคหอบหืด
  • ลดการเข้าห้องฉุกเฉินและการนอนโรงพยาบาล
  • ลดความจำเป็นในการใช้ Prednisolone
  • เพิ่มสมรรถภาพปอด
  • เพิ่มคุณภาพชีวิต

ต้องฉีดยาบ่อยหรือไม่?

ส่วนใหญ่ให้ในรูปแบบฉีดใต้ผิวหนัง ความถี่ขึ้นอยู่กับชนิดยา (ทุก 4 สัปดาห์ หรือทุก 8 สัปดาห์) และในอนาคตอาจมีรุ่นใหม่ที่ฉีดเพียงปีละ 2 ครั้ง

ปลอดภัยหรือไม่?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลียเล็กน้อย ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เอง ข้อมูลการใช้จริงทั่วโลกนานกว่าสิบปีแสดงว่า Biologics มีความปลอดภัยในระดับสูง

ฉันเหมาะกับ Biologics หรือไม่?

ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่จำเป็นต้องใช้ แพทย์จะพิจารณาจากความรุนแรงของโรค ประวัติการกำเริบ ระดับ Eosinophils ค่า FeNO และโรคร่วมที่เกี่ยวกับการอักเสบที่เกิดจาก EOS ที่สูงเกินกว่าปกติ (Type 2 inflammation) การประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงสำคัญก่อนเริ่มการรักษา

ข้อความสำคัญจากหมอแอน

หากคุณยังมีอาการหอบ แม้ใช้ยาพ่นอย่างสม่ำเสมอ อย่าเพิ่งคิดว่า "ไม่มีทางเลือก" ปัจจุบันมียาที่รักษาได้ตรงต้นเหตุของการอักเสบมากขึ้นกว่าเดิม การได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

พบว่าบทความนี้มีประโยชน์? แชร์ให้คนที่คุณห่วงใย หรือปรึกษาคุณหมอแอนได้เลย
ปรึกษาคุณหมอแอน